ในปัจจุบันคนเรามีพฤติกรรมสุขภาพที่ส่งเสริมให้เราเป็นโรคร้ายมากมาย ตัวอย่างเช่น การรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางสารอาหารต่ำ การออกกำลังกายที่น้อยลง รวมถึงภาวะสังคมที่เร่งรีบส่งผลต่ออารมณ์ สิ่งต่างๆเหล่านี้เองที่ทำให้คนในปัจจุบันมีโรคจากพฤติกรรมมากขึ้น สำหรับวันนี้เราจะมาคุยกันถึงโรคหลอดเลือดในสมองหรือ stroke
โรคหลอดเลือดในสมอง คือ
ภาวะที่สมองของเราขาดเลือดไปเลี้ยงด้วยสาเหตุต่างๆ เช่น เส้นเลือดในสมองตีบ ตัน หรือแตก ทำให้เนื้อสมองและเซลล์สมองตายในที่สุด
ซึ่งเราสามารถแบ่งความผิดปกติออกได้เป็น 2 ประเภทคือ
1. ภาวะเส้นเลือดสมองตีบหรืออุดตัน (ischemic stroke) สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากลิ่มเลือดไปอุดตันหลอดเลือดสมองทำให้สมองส่วนที่ขาดเลือดหยุดทำงานและตายในที่สุด
2. หลอดเลือดสมองปริแตก (hemorrhagic stroke) ภาวะนี้มักเกิดร่วมกับผู้ที่มีประวัติโรคความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดสูง เพราะหลอดเลือดมีความยืดหยุ่นลดน้อยลง ไขมันตามผนังหลอดเลือดทำให้หลอดเลือดปริแตกได้ง่าย และความดันที่สูงยังส่งเสริมให้หลอดเลือดที่เปราะนั้นแตกได้ง่ายยิ่งขึ้น
สาเหตุ/ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดในสมอง
สาเหตุมักเกิดจากพฤติกรรมทางสุขภาพที่ไม่เหมาะสมจนทำให้เกิดโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคเรื้องรังเหล่านี้ส่งเสริมให้เกิดโรคหลอดเลือดในสมองได้ และพฤติกรรมสุขภาพอื่นๆเช่น สูบบุหรี่ ดื่มสุรา เป็นต้น หากมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีแล้วโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองก็จะน้อยลง
อาการของโรคหลอดเลือดสมอง เป็นอย่างไร ?
อาการและอาการแสดงที่พบคือ มีปากเบี้ยว ลิ้นแข็ง พูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก ตาพร่ามัวมองไม่ชัด อาการเหล่านี้ถือเป็นอาการสำคัญที่ควรรู้ไว้ หากคนใกล้ตัวมีอาการเหล่านี้ “ทันทีทันใด” ให้นำผู้ป่วยส่งโรคพยาบาลทีใกล้ที่สุดใน 4 ชั่วโมง เพราะถือว่าเป็นเวลาทองที่จะกำหนดชีวิตของผู้ป่วยเลยก็ว่าได้..
การรักษา
ทำไมต้องภายใน 4 ชั่วโมง? ระยะเวลา 4 ชั่วโมงหรือ 4 ชั่วโมง 30 นาที เป็นระยะเวลาที่สามารถให้ยา rt-PAหรือ Alteplase เป็นยาฉีดละลายลิ่มเลือดที่ใช้ในผู้ป่วยที่มีฉุกเฉิน คือผู้ป่วยที่เป็นเส้นเลือดสมอง (ischemic stroke) เมื่อให้แล้วผู้ป่วยมีโอกาสที่จะกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติได้อีกครั้ง แต่หากเกินระยะเวลาที่ให้ได้ผู้ป่วยก็จะเป็นโรคที่เรารู้จักกันดีคือ อัมพฤกษ์อัมพาตนั้นเอง แต่ถึงอย่างนั้นยาละลายลิ่มเลือดก็ผมภาวะเสี่ยงคือ ทำให้เลือดออกง่ายหยุดยากนั้นเองซึ่งไม่สามารถให้ในผู้ป่วยที่เป็นหลอดเลือดสมองแตก (hemorrhagic stroke) เพราะทำให้เลือดออกได้มากขึ้น และยังมีข้อห้ามต่างๆอีกในการให้ซึ่งแพทย์จะอธิบายก่อนมาตัดสินใจให้ยาเสมอ
ส่วนการรักษาในผู้ป่วยหลอดเลือดสมองแตก (hemorrhagic stroke) เน้นการควบคุมปริมาณเลือดที่ออกในสมอง หรืออาจต้องผ่าตัดเอาเลือดในสมองออกในรายที่จำเป็นร่วมกับการกายภาพหลังการรักษา
การป้องกันโรคหลอดเลือดในสมอง
การป้องกันนั้นย่อมดีกว่าแก้เสมอเริ่มด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม และดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเน้นการออกกำลังกายและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพียงแค่นี้เราก็จะห่างไกลจากโรคอัมพฤกษ์อัมพาต หรือโรคหลอดเลือดในสมอง
ขอเน้นย้ำอีกครั้งนะครับหากคนใกล้ตัวของคุณมีอาการตั้งต่อไปนี้คือ “ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก ตาพร่ามัวมองไม่ชัด” และเกิดขึ้นทันทีทันใดภายในเวลา 4 ชั่วโมง 30 นาที ให้นำส่งไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดโดยด่วน ท่านอาจจะเป็นช่วยชีวิตคนที่ท่านรัก หรือคนใกล้ตัวท่านก็เป็นไปได้…
โรคหลอดเลือดในสมอง คือ
ภาวะที่สมองของเราขาดเลือดไปเลี้ยงด้วยสาเหตุต่างๆ เช่น เส้นเลือดในสมองตีบ ตัน หรือแตก ทำให้เนื้อสมองและเซลล์สมองตายในที่สุด
ซึ่งเราสามารถแบ่งความผิดปกติออกได้เป็น 2 ประเภทคือ
1. ภาวะเส้นเลือดสมองตีบหรืออุดตัน (ischemic stroke) สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากลิ่มเลือดไปอุดตันหลอดเลือดสมองทำให้สมองส่วนที่ขาดเลือดหยุดทำงานและตายในที่สุด
2. หลอดเลือดสมองปริแตก (hemorrhagic stroke) ภาวะนี้มักเกิดร่วมกับผู้ที่มีประวัติโรคความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดสูง เพราะหลอดเลือดมีความยืดหยุ่นลดน้อยลง ไขมันตามผนังหลอดเลือดทำให้หลอดเลือดปริแตกได้ง่าย และความดันที่สูงยังส่งเสริมให้หลอดเลือดที่เปราะนั้นแตกได้ง่ายยิ่งขึ้น
สาเหตุ/ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดในสมอง
สาเหตุมักเกิดจากพฤติกรรมทางสุขภาพที่ไม่เหมาะสมจนทำให้เกิดโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคเรื้องรังเหล่านี้ส่งเสริมให้เกิดโรคหลอดเลือดในสมองได้ และพฤติกรรมสุขภาพอื่นๆเช่น สูบบุหรี่ ดื่มสุรา เป็นต้น หากมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีแล้วโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองก็จะน้อยลง
อาการของโรคหลอดเลือดสมอง เป็นอย่างไร ?
อาการและอาการแสดงที่พบคือ มีปากเบี้ยว ลิ้นแข็ง พูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก ตาพร่ามัวมองไม่ชัด อาการเหล่านี้ถือเป็นอาการสำคัญที่ควรรู้ไว้ หากคนใกล้ตัวมีอาการเหล่านี้ “ทันทีทันใด” ให้นำผู้ป่วยส่งโรคพยาบาลทีใกล้ที่สุดใน 4 ชั่วโมง เพราะถือว่าเป็นเวลาทองที่จะกำหนดชีวิตของผู้ป่วยเลยก็ว่าได้..
การรักษา
ทำไมต้องภายใน 4 ชั่วโมง? ระยะเวลา 4 ชั่วโมงหรือ 4 ชั่วโมง 30 นาที เป็นระยะเวลาที่สามารถให้ยา rt-PAหรือ Alteplase เป็นยาฉีดละลายลิ่มเลือดที่ใช้ในผู้ป่วยที่มีฉุกเฉิน คือผู้ป่วยที่เป็นเส้นเลือดสมอง (ischemic stroke) เมื่อให้แล้วผู้ป่วยมีโอกาสที่จะกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติได้อีกครั้ง แต่หากเกินระยะเวลาที่ให้ได้ผู้ป่วยก็จะเป็นโรคที่เรารู้จักกันดีคือ อัมพฤกษ์อัมพาตนั้นเอง แต่ถึงอย่างนั้นยาละลายลิ่มเลือดก็ผมภาวะเสี่ยงคือ ทำให้เลือดออกง่ายหยุดยากนั้นเองซึ่งไม่สามารถให้ในผู้ป่วยที่เป็นหลอดเลือดสมองแตก (hemorrhagic stroke) เพราะทำให้เลือดออกได้มากขึ้น และยังมีข้อห้ามต่างๆอีกในการให้ซึ่งแพทย์จะอธิบายก่อนมาตัดสินใจให้ยาเสมอ
ส่วนการรักษาในผู้ป่วยหลอดเลือดสมองแตก (hemorrhagic stroke) เน้นการควบคุมปริมาณเลือดที่ออกในสมอง หรืออาจต้องผ่าตัดเอาเลือดในสมองออกในรายที่จำเป็นร่วมกับการกายภาพหลังการรักษา
การป้องกันโรคหลอดเลือดในสมอง
การป้องกันนั้นย่อมดีกว่าแก้เสมอเริ่มด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม และดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเน้นการออกกำลังกายและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพียงแค่นี้เราก็จะห่างไกลจากโรคอัมพฤกษ์อัมพาต หรือโรคหลอดเลือดในสมอง
ขอเน้นย้ำอีกครั้งนะครับหากคนใกล้ตัวของคุณมีอาการตั้งต่อไปนี้คือ “ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก ตาพร่ามัวมองไม่ชัด” และเกิดขึ้นทันทีทันใดภายในเวลา 4 ชั่วโมง 30 นาที ให้นำส่งไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดโดยด่วน ท่านอาจจะเป็นช่วยชีวิตคนที่ท่านรัก หรือคนใกล้ตัวท่านก็เป็นไปได้…
ขอขอบคุณรูปภาพจาก http://www.thaiemsinfo.com สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ( สพฉ.)

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น